เด็กไทยกิจกรรมทางกายน้อย แนะคนกรุงหมั่นดูแลสุขภาพ

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น

ด้วยเหตุนี้จึงเกิดการ “ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพพื้นที่กรุงเทพมหานคร” ที่ต้องการออกเตือนประชา ชนให้ดูแลสุขภาพกันมากขึ้น จัดโดยคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขตพื้นที่ 13 โดยความร่วมมือของ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. ในฐานะคณะกรรมการเขตสุขภาพฯ เขตพื้นที่ 13 กล่าวว่า จากข้อมูลประชากรกรุงเทพฯ ในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ปี 2560 พบว่า โรคที่น่าจับตาจากการเข้ารักษาโดยใช้สิทธิ์บัตรทองย้อนหลัง 2 ปี อันดับ 1 คือ โรคความดันโลหิตสูง อันดับ 2 ความผิดปกติทางเมตะบอลิก อันดับ 3 เบาหวาน และอันดับ 4 ติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนเฉียบพลัน และอันดับ 5 โรคข้อ และยังพบว่าคนกรุงเทพฯ ออกกำลังกายน้อยกว่าคน ภาคอื่นๆ แต่ที่น่ายินดีคือ สัดส่วนคนไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มสุราน้อยลง โดยคนที่สูบบุหรี่ประมาณร้อยละ 20 เคยได้รับการปรึกษาเรื่องลด ละ เลิกบุหรี่จนสำเร็จ
นอกจากนี้ จากผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 ปี 2557-2558 พบว่า ผู้ชายในกรุงเทพฯ มีภาวะอ้วนสูงสุด ขณะที่ผู้หญิงในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนไม่ต่างกับผู้หญิงในภูมิภาคอื่นๆ คนกรุงเทพฯ บริโภคผักและผลไม้อย่างเพียงพอต่อวันเพียงร้อยละ 22 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยที่สุดรองจากภาคเหนือที่มีร้อยละ 13 ส่วนความชุกของโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 23 และโรคเบาหวาน ร้อยละ 8
“การพัฒนาระบบสุขภาพพื้นที่กรุงเทพฯ จึงมีแนวทางที่สำคัญ 4 ประเด็น คือ ข้อ 1 พัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพ กทม. เพื่อเห็นภาพรวมของปัญหาสุขภาพคนกรุงเทพฯ สำหรับจัดทำแผนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาสุขภาพจริง ข้อ 2 มีระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิที่กระจายตัวครอบคลุมเขตพื้นที่ที่ยังไม่มีสถานบริการสุขภาพ ข้อ 3 ลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ ทั้งการบริโภคผัก-ผลไม้ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายน้อยที่ส่งผลให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และข้อ 4 ลดอุบัติเหตุทางถนน” นพ.ชาญวิทย์กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth