พร้อมรับมือกับปัญหาวัยใกล้หมดประจำเดือน

ผู้หญิงเราเมื่ออายุขึ้นเลข 4 ร่างกายก็เริ่มจะไม่เหมือนเดิม อีกไม่กี่ปีก็จะย่างเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน แต่ช่วงรอยต่อก่อนที่จะถึง “วัยทอง” หรือวัยหมดประจำเดือนนี้ จะมีช่วงหนึ่งของชีวิตที่เรียกว่าวัยใกล้หมดประจำเดือน (Perimenopause) ซึ่งจะเป็นช่วงที่ผู้หญิงยังมีประจำเดือนหรือประจำเดือนเริ่มขาดๆ หายๆ หรือหายไปแต่ยังไม่ครบ 1 ปี และมีอาการอื่นๆ ร่วม

เช่น ร้อนๆ หนาวๆ ร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย แพทย์หญิงเนตรนิภา พรหมนารท สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้คำแนะนำว่า คุณผู้หญิงที่เริ่มเข้าสู่วัย 40 ปีขึ้นไป ควรเตรียมพร้อมรับปัญหา โดยการดูแลสุขภาพให้มากขึ้น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไขมันต่ำ เน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นมไขมันต่ำ โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ หรือรับประทานแคลเซียมเสริม ร่วมกับการออกกำลังกาย เช่น เดิน วิ่งจ๊อกกิ้ง เล่นเวท เพื่อกระตุ้นให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันกระดูกบาง กระดูกพรุนในอนาคต
ส่วนอาการร้อนๆ หนาวๆ นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย อาการเหล่านี้เป็นไม่มากจนถึงขั้นดำเนินชีวิตประจำวันไม่ไหว ก็ไม่จำเป็นต้องกินยา รักษาแต่อย่างใด อาศัยการปรับตัว การออกกำลังกาย การฝึกสมาธิ ส่วนใหญ่จะดีขึ้นใน 1-2 ปี แต่ถ้าอาการเป็นมากจนทำงานไม่ไหว นอนไม่หลับจน อ่อนเพลีย มีปัญหากับคนรอบข้าง อาจจำเป็นต้องใช้ ยาฮอร์โมนเพื่อบรรเทาอาการ เป็นเวลา 1-2 ปี โดยยากลุ่มนี้ห้ามไปซื้อกินเองเด็ดขาด ต้องได้รับ การตรวจประเมินจากสูติแพทย์ก่อนว่าไม่มีข้อห้าม โดยเฉพาะพวกยากลุ่มสมุนไพรต่างๆ เช่น ว่านชักมดลูก กราวเครือ เนื่องจากอาจกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งเต้านมได้
ทั้งนี้ คุณหมอแนะนำว่า หากมีอาการ มีเลือดออกกะปริบกะปรอยเกิน 7 วัน หรือเลือดมา ไม่เป็นรอบ เช่น หายไป 2-3 วันมาใหม่อีกแล้วหายอีก และหลังจากประจำเดือนหายไปเกิน 1 ปี มีเลือดออกมาอีกครั้งไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม ควรจะต้องมาพบสูตินรีแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพในช่วงวัยดังกล่าว
การเข้าสู่วัยทองไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเรารู้จักการเตรียมตัวที่เหมาะสม จะช่วยให้ ผู้หญิงเรามีชีวิตที่ยืนยาวได้อย่างมีความสุข และสุขภาพแข็งแรง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth