คนไทย 26 ล้านคนไขมันในเลือดสูง

สบส.เตือนประชาชนระวังไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง เผยผลสำรวจล่าสุดในปี 2557 พบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปประมาณ 26 ล้านคน มีไขมันคอเลสเตอรอลสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แนะวิธีป้องกันควรตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี ปรับพฤติกรรมตัวเองทั้งอาหารการกิน ลดกินไขมันสัตว์ อาหารทอด เพิ่มกินผัก ผลไม้ และออกกำลังกาย

นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล รองโฆษกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัญหาสุขภาพของประชาชนขณะนี้มีแนวโน้มป่วยและเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสูงขึ้นเรื่อยๆ ประมาณร้อยละ 90 มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะปัญหาการมีไขมันในเลือดสูง หรือที่เรียกว่าไขมันคอเลสเตอรอล (Cholesterol) เกินกว่าค่ามาตรฐาน เป็นเรื่องที่ส่งผลต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรหรือความพิการ ทั้งนี้ จากรายงานผลการสำรวจสุขภาพ โดยการตรวจร่างกายในกลุ่มประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ครั้งที่ 5 เมื่อ พ.ศ.2557 พบว่ามีประชาชนมีไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนดคือ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ร้อยละ 44 หรือประมาณ 26 ล้านคน ผู้ชายพบร้อยละ 41 หญิงพบร้อยละ 47

นพ.ภัทรพลกล่าวต่อว่า ไขมันคอเลสเตอรอลมี 2 ชนิดคือ ชนิดที่เป็นอันตรายและทำให้เกิดโรค คือแอลดีแอล (Low Density Lipoprotein : LDL) ไขมันชนิดนี้มาจากเนื้อสัตว์ที่รับประทานเข้าไปมากเกินความต้องการร่างกาย ซึ่งจะไปเกาะและพอกที่ผนังภายในหลอดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดหนาและตีบแคบลง ความยืดหยุ่นจะเสียไป ส่งผลให้เลือดดีที่สูบฉีดออกจากหัวใจไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ไม่สะดวก ทำให้อวัยวะขาดเลือดและเจ็บป่วยกะทันหัน เช่น หากเป็นเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบ จะเกิดอาการหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย หากเป็นเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองตีบ สมองจะขาดเลือด เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ต้องใช้เวลาพักฟื้นตัวนานมาก ระดับปกติไขมันแอลดีแอลในเลือดไม่ควรเกิน 130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ส่วนไขมันที่มีผลดีกับสุขภาพเรียกว่าเอชดีแอล (High Density Lipoprotein : HDL) ยิ่งมีมาก ความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจะลดลง และช่วยจับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดออกไปทำลายที่ตับ ไขมันชนิดนี้สร้างได้โดยการออกกำลังกาย คนที่มีสุขภาพดีจะต้องมีไขมันชนิดนี้ในเลือดมากกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร และควรมีไขมันในเลือดไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ซึ่งวิชาการทางการแพทย์พบว่า ผู้ที่มีไขมันมากกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดสูงกว่าคนที่มีไขมันปกติ 2-5 เท่าตัว

ด้าน พญ.นภาพรรณ วิริยะอุตสาหกุล ผอ.สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กล่าวว่า สำหรับการป้องกันปัญหาไขมันในเลือดสูง แนะนำให้ประชาชนโดยเฉพาะอายุ 35 ปีขึ้นไป ตรวจไขมันในเลือดทุก 1 ปี เพื่อคัดกรองความผิดปกติของตัวเอง ดื่มน้ำให้ได้วันละอย่างน้อย 6-8 แก้ว ควบคุมการรับประทานอาหาร โดยกินอาหารกลุ่มข้าวแป้งในปริมาณที่เหมาะสม เลือกกินข้าวกล้อง ธัญพืช เนื้อปลาเป็นหลัก เลือกใช้ไขมันดีในปริมาณที่เหมาะสมในการประกอบอาหาร เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันคาโนลา ลดการกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน เครื่องใน เนย อาหารทอด อาทิ ปาท่องโก๋ อาหารชุบแป้งทอด อาหารที่มีกะทิ น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ลดการกินอาหารที่คอเลสเตอรอลสูง สมองสัตว์ ไข่แดง ไข่ปลา อาหารทะเล เช่น กุ้ง ปลาหมึก มันปู เป็นต้น เลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานซ์ เช่น อาหารจานด่วน มันฝรั่งทอด ขนมขบเคี้ยว เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ซึ่งมีใยอาหารทุกมื้อ เช่น คะน้า ฝรั่ง ส้ม เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายได้รับใยอาหารตามธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยในการกักน้ำตาลและคอเลสเตอรอล รวมทั้งลดการกินอาหารหวาน มัน เค็ม ร่วมกับออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องครั้งละ 20-30 นาที สัปดาห์ละอย่างน้อย 5 ครั้ง เช่น เดินเร็ว จ๊อกกิ้ง เป็นต้น จะช่วยลดไขมันในเลือดและเพิ่มไขมันชนิดดีมากขึ้น

ขอบคุณ สสส.